ชี้ทิศทางและอนาคตวงการแพทย์ไทยต้องเร่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการรักษาพยาบาล

งานประชุมวิชาการแพทยสภาประจำปี 2560 – .ชี้ทิศทางและอนาคตวงการแพทย์ไทยต้องเร่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการรักษาพยาบาล ปลูกฝังค่านิยมบุคลากรให้ตั้งอยู่บนความมีธรรมาภิบาล ในงานประชุมวิชาการแพทยสภาประจำปี 2560 และหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 (ปธพ.5) มีการนำเสนอผลงานวิจัยด้านการแพทย์ของนักศึกษา ปธพ.5 เพื่อนำต่อยอดพัฒนาวงการสาธารณสุขไทย โดย น.พ.กิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข เป็นประธานแทน น.พ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร สภานายกพิเศษแพทยสภา และ รมว.สธ. ซึ่งเข้ารับการผ่าตัดต้อกระจก

ไม่สามารถเดินทางมาได้

ที่ปรึกษา รมว.สธ. กล่าวบรรยายในหัวข้อ “ทิศทางและอนาคตวงการแพทย์ไทย” ว่า ความท้าทายของวงการแพทย์ไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ คือ ค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ที่สูงทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านการรักษาพยาบาล / การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ / การขาดแคลนบุคลากรด้านการแพทย์ที่เปลี่ยนสู่วิชาชีพอื่นมากขึ้น เป็นปัญหาใหญ่ที่วงการแพทย์ไทยกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งทุกฝ่ายเร่งแก้ไขให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม

โดยเฉพาะหากว่าตามยุทธศาสตร์ 20 ปีของรัฐบาลชุดนี้ วางให้ สธ.เป็นองค์กรหลักในการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืนนั้นต้องวางแนวทางในการทำงานให้ชัดเจนและมีวิสัยทัศน์ ภาครัฐ เอกชน ประชาชนร่วมมือกันอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ยกตัวอย่างการวิ่งในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ของนาย อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ร็อคเกอร์ชื่อดัง ที่ระดมทุนช่วยเหลือ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศว่าเป็นตัวแทนภาคประชาชนที่สะท้อนปัญหาสาธารณสุขไทยชัดเจน ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวต่อปัญหาด้านสุขภาพของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น เป็นโอกาสดีที่คนในแวดวงแพทย์พยาบาลจะได้ร่วมกันปลูกฝังค่านิยมบุคลากรทางการแพทย์ให้ตั้งอยู่บนธรรมาภิบาล พัฒนาการทำงานโดยไม่ย่อท้อ พร้อมให้ประชาชนเล็งเห็นความสำคัญและใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น เพื่อช่วยลดภาระด้านการรักษาพยาบาลด้วย

ด้าน น.พ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา นายกแพทยสภา มอบโล่และเข็มเกียรติคุณให้กับนักศึกษา หลักสูตร ปธพ.5 ที่นำเสนอผลงานวิจัย อาทิ การสำรวจพฤติกรรมสุขภาพและการดูแลสุขภาพโดยภาครัฐของกลุ่มผู้สูงอายุ / การศึกษาเมืองต้นแบบในการดูแลผู้สูงอายุที่มีคุณภาพโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน / โครงการวิจัยโมเดลระบบอภิบาลการสื่อสารข้อมูลสุขภาพในสื่อสังคมออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งทุกหัวข้อเกิดจากการนำปัญหามาต่อยอดเป็นผลงานวิจัย และสามารถสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างจริงจังต่อไปในอนาคต

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สำนักข่าวไทย.